วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นักตะกร้อทีมชาติไทย


2. ความสามารถ

ทีมหญิง                                                                                                ทีมชาย
1. ..ฐิติมา มหากุศล                                                                            1. นายอนุวัฒน์ ชัยชนะ
2. ..สุนทรี รูปสูง                                                                                  2. นายศิริวัฒน์ สาขา
3. ..ดารณี วงษ์เจริญ                                                                          3. นายกฤษณะ ธนะกรณ์
4. ..แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว                                                                      4. นายเกรียงไกร แก้วเมียน
5. ..พยอม ศรีหงษา                                                                             5. นายพรชัย เค้าแก้ว
6. ..จริยา สีสวาท                                                                                6. นายอัษดิน วงศ์โยธา
7. ..เฟื่องฟ้า ประพัศรางค์                                                                     7. นายภัทรพงษ์ ยุพดี
8. ..ศศิวิมล จันทสิทธิ์                                                                           8. นายวีระวุฒิ ณ หนองคาย
9. ..อุษา นามแพง                                                                                9. นายสมพร ใจสิงหล
10. ..วันวิสาข์ จันทร์แก่น                                                                      10. นายสุริยัน เป๊ะชาญ
11. ..อรทัย บัวศรี                                                                                 11. นายศุภชัย มณีนาถ
12. ..ลำปาง แก้วนพรัตน์                                                                       12. นายรณรงค์ เจนชัยภูมิ
สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย
.....................
เกณฑ์การพิจารณานักกีฬาดีเด่น
การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ และกีฬาตะกร้อลอดห่วง
กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ปี 2555
ณ จังหวัดเชียงใหม่
***************
1. ความประพฤติ อุปนิสัยดี
ตรงต่อเวลา
ไม่ติดสิ่งเสพติดทุกชนิด
เซปักตะกร้อ – การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ความสามารถเฉพาะตัว
ความสามารถเล่นเป็นทีม
ผลการแข่งขัน
ตะกร้อลอดห่วง ความสามารถเฉพาะตัว
ทำคะแนนสูงสุด
3. ผู้ที่จะได้รับรางวัล
3.1 นักกีฬาเซปักตะกร้อชายดีเด่น คน
3.2 นักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงดีเด่น คน
3.3 นักกีฬาตะกร้อลอดห่วงชายดีเด่น คน
3.4 นักกีฬาตะกร้อลอดห่วงสากลหญิงดีเด่น คน
3.5 ผู้ฝึกสอนประเภทละ คน รวม ดีเด่น คน 










พื้นฐานการเล่นตะกร้อ


   การเล่นลูกตะกร้อด้วยหลังเท้า

     หลังเท้าเป็นอวัยวะที่สามารถบังคับทิศทางตะกร้อได้ยาก แต่เป็นพื้นฐานที่สำคัญของผู้เล่นที่สำคัญในตำแหน่งหน้าทำ ลูกตะกร้อหน้าตาข่าย และผู้เล่นตำแหน่งหลังที่เสิร์ฟด้วยเท้า

วิธีปฏิบัติ

1. ยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
2. ยื่นเท้าที่จะใช้แตะลูกตะกร้อออกมาด้านใน โดยลูกตะกร้อสูงพอประมาณและอยู่ด้านหน้าให้ลูกตะกร้อกระทบหลังเท้าบริเวณโคน นิ้ว และให้งุ้มปลายเท้าด้วยขณะแตะลูกตะกร้อ














     การเล่นลูกตะกร้อด้วยหน้าขา
     ส่วนมากใช้ในโอกาสตั้งลูกตะกร้อให้เพื่อนและเปิดลูกตะกร้อจาการเสิร์ฟ หน้าขาเป็นบริเวณที่มีพื้นที่ในการใช้กระทบลูกตะกร้อมากที่สุดของอวัยวะที่ ใช้เล่นลูกตะกร้อ

วิธีปฏิบัติ

1. ยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
2. ก้าวเท้าที่ไม่ได้เล่นลูกตะกร้อไปข้างหน้า และยกเท้าที่จะเล่นลูกตะกร้อที่กำลังเข้ามาใกล้ตัวโดยใช้บริเวณหน้าขาเหนือ ประมาณ 1 ฝ่ามือ กระทบลูกตะกร้อ โดยใช้หน้าขากระทบลูกตะกร้อให้ลอยขึ้นมา ให้หัวเข่าทำมุมกับพื้นมากกว่า 45 องศา


                                         






การเล่นลูกตะกร้อด้วยศีรษะ
     ส่วนมากใช้ในโอกาสลูกตะกร้อลอยขึ้นมาเหนือศีรษะ

วิธีปฏิบัติ

1. ยืนในท่าเตรียมพร้อม
2. ก้าวเท้าที่ไม่ถนัดเข้าหาลูกตะกร้อ ย่อเข่าเล็กน้อย เมื่อลูกลอยมาต่ำในระยะที่จะใช้ศีรษะเล่นได้ให้สปริงข้อเท้า เหยียดลำตัวและขาสองข้างขึ้นพร้อมกับยืดศีรษะไปกระทบลูกตะกร้อให้ลูกตะกร้อ กระทบกับศีรษะบริเวณตีนผมที่หน้าผาก












ประเด็นคำถาม

1. ทักษะการเล่นตะกร้อด้วยหลังเท้า หน้าขา และศีรษะเป็นอย่างไร
2. การเล่นตะกร้อด้วยหลังเท้า หน้าขา และศีรษะมีความสำคัญอย่างไร 

กิจกรรมเสนอเสนอแนะ
1.ก่อนการเล่นควร Warm  Up ทุกครั้ง และหลังการเล่นต้อง Cool Down
2.ศึกษาเพิ่มเติมและติดตามการแข่งขันกีฬาตะกร้อเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
3.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเล่นตะกร้อ

การบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ

1.สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เกี่ยวกับ การเล่นตะกร้อด้วยหลังเท้า หน้าขา และศีรษะ
2.สาระการเรียนรู้ศิลปศึกษา เกี่ยวกับ การวาดภาพ
3.สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับ แรงและการเคลื่อนไหว ในการเล่นตะกร้อด้วยหลังเท้า หน้าขา และศีรษะ







แหล่งที่มาของข้อมูล
ที่มา:  http://www.takraw.or.th/th/show_news.
          










กติกาการเล่นตะกร้อ


   


    3. แต่ละเซ็ตสามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้ 2 คน  ซึ่งจากเดิมเราแทบจะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนตัวระหว่างการเล่นเลย เมื่อมีกติกานี้ทำให้แต่ละทีมต้องพัฒนารูปแบบการเล่นให้หลากหลายทั้งเกมรับและรุกเพื่อแก้เกมของคู่ต่อสู้




อย่างที่ทราบกันว่าผลงานของนักกีฬาเซปักตะกร้อบ้านเรานั้นนับได้ว่าประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 10 ปีหลังที่แทบจะไม่มีใครได้แหยมเราเลย แต่ก็เหมือนดาบ 2 คม เพราะประเทศต่างๆก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากีฬาชนิดนี้เล่นยากระดับเทพ ครั้นจะไล่ฝีมือให้เทียบเท่าชาติเก๋าเกมอย่างไทย มาเลเซียหรือพม่าก็ยากเต็มที ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวงการเซปักตะกร้อจึงได้ร่วมปรับเปลี่ยนกฏกติกามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการขยายความนิยมไปยังต่างชาติต่างทวีปทั้งยุโรปและมหาอำนาจฝั่งอเมริกา

ไล่เรียงมาจากการปรับวิธีการนับคะแนนให้เป็นระบบเรียลลี่พอยท์เซ็ตละ 21 คะแนน แต่ถึงกระนั้นเรื่องวัสดุของลูกเซปักตะกร้อก็โดนต่อว่าต่อขานไม่น้อย จนต้องมีการผลิตลูกเซปักตะกร้อชนิดใหม่ ซึ่งใช้พลาสติกที่นิ่มกว่าของเดิมและเพิ่มบุยางรอบลูกตะกร้อ ส่งผลให้ลูกตะกร้อนุ่มและหยืดหยุ่นน่าเล่นมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้ประเทศต่างๆหันมาสนใจมากนัก   ล่าสุดสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ(ISTAF) ได้ปรับกติกาใหม่ ซึ่งเน้นในเรื่องการเพิ่มโอกาสการชนะของชาติที่เป็นรอง การลดความได้เปรียบ-เสียเปรียบ และการทำให้เกมสนุกเร้าใจมากขึ้น ดังจะขอแจกแจง 3  กติกาข้อใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงดังนี้

1. หาผู้ชนะโดยใช้ ระบบการเล่น 3 ใน 5 เซ็ต เซ็ตละ 15 คะแนน มีเพดานแต่ละเซ็ตอยู่ที่  17 คะแนน จากเดิมที่เล่นแบบ 2 ใน 3 เซ็ต เซ็ตละ 21 คะแนน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้แต้มในแต่ละเซ็ตสั้นลง เพิ่มโอกาสการชนะให้ทีมที่เป็นรอง โดยเฉพาะฝั่งยุโรปที่เครื่องร้อนเร็วและถนัดในเกมสั้น
2. แต่ละทีมจะได้สิทธิ์เสิร์ฟลูกติดต่อกัน 3 แต้ม และผลัดกันเสิร์ฟจนจบเซ็ต กติกานี้จะลดความได้เปรียบของชาติที่มีตัวเสิร์ฟเก่งๆโดยเฉพาะทีมชาติไทย ซึ่งถ้าเป็นกติกาเดิมทีมใดมีตัวเสิร์ฟที่ดีก็อาจทำแต้มได้ 10 แต้มรวด ทั้งนี้ยังทำให้เกมสนุกขึ้นเพราะผู้ชมจะได้ดูทั้งการรุกและรับของแต่ละทีมด้วย
  


3. แต่ละเซ็ตสามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้ 2 คน  ซึ่งจากเดิมเราแทบจะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนตัวระหว่างการเล่นเลย เมื่อมีกติกานี้ทำให้แต่ละทีมต้องพัฒนารูปแบบการเล่นให้หลากหลายทั้งเกมรับและรุกเพื่อแก้เกมของคู่ต่อสู้




การเปลี่ยนแปลงกติกาครั้งนี้ได้ใช้ครั้งแรกในการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าการแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักกีฬาผู้ฝึกสอนและกองเชียร์ จึงได้สืบเนื่องมาที่รายการสำคัญอย่าง การแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก “ISTAF World Cup 2011” ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทีมชาติไทยยังคงเป็น 1 ในวงการเซปักตะกร้อโลกทั้งทีมชายและหญิง และแน่นอนว่ากติกานี้จะถูกใช้ในทุกรายการทั้ง ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และจะต้องมีการผลักดันให้เกิดขึ้นในกีฬาโอลิมปิคให้ได้ต่อไป